• สุขภาพน่ารู้

    5 ป้องกันและลดอาการ SLE กำเริบ โรคพุ่มพวง

    SLE หรือโรคพุ่มพวง (แพ้ภูมิตัวเอง) เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่สามารถป้องกันและลดอาการกำเริบได้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงของไทย ได้ป่วยและเสียชีวิตลงด้วยโรคนี้ จึงเป็นที่รู้จักและถูกเรียกต่อกันมาว่า โรคพุ่มพวง     อาการของโรคพุ่มพวง หรือ SLE ไม่แน่ชัด ไม่เหมือนกันในแต่ละคน แต่พบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับบ่อย สถิติประมาณ 20-150 คนต่อประชากร 100,000 คน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 9-10เท่า มักพบในช่วงวัยเจริญพันธุ์ คือ อายุ15-45ปี และตั้งแต่พุ่มพวงเสียชีวิต เราจึงเริ่มรู้จักและหวาดกลัว     Systemic Lupus Erythematosus หรือ SLE หรือ Lupus โรคลูปัส หรือ โรคพุ่มพวง คือการที่ภูมิคุ้มกันของเราสับสน เข้าโจมตีเนื้อเยี่อของตัวเราเอง จนเกิดการอักเสบ และมีอาการต่างๆ แล้วแต่ว่าอวัยวะส่วนไหนจะถูกโจมตี ร่างกายของเราจึงเปรียบเหมือนเป็นสมรภูมิรบเลยทีเดียว อวัยวะและอาการที่ถูกโจมตี เช่น     – ผิวหนัง ที่เห็นได้ชัดและบ่อยคือจะมีผื่นขึ้นที่หน้า ช่วงโหนกแก้มทั้งสองข้าง ดูคล้ายเป็นรูปผีเสื้อ (Butterfly Rash) ผื่นแดงยังอาจเกิดขึ้นทั่วร่างกาย และในปากมีแผลร้อนในอยู่บ่อยๆ – ข้อต่อ ที่เรามักรู้จักกันในนาม รูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ซึ่งจะเกิดการอักเสบบวมแดงที่ข้อต่อต่างๆ – เลือด จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง เกล็ดเลือดตก เกิดภาวะโลหิตจาง จึงรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย – สมอง ความจำเสื่อม ปวดศีรษะ ประสาทหลอน – ระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง ท้องอืด ขับถ่ายผิดปกติ – ไต มีโปรตีนรั่ว การกรองต่างๆของไตเสียไป ไตเสื่อม ไตวาย อาจถึงขั้นฟอกไต ล้างไต – ปอดและหัวใจ เกิดการอักเสบ มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจถี่ เหนื่อยหอบ หัวใจเต้นผิดปกติ   สาเหตุของโรคพุ่มพวง หรือ SLE นี้ไม่แน่ชัด แพทย์ลงความเห็นว่าโรค SLE นี้มีความเกี่ยวพันกับ –…

    Comments Off on 5 ป้องกันและลดอาการ SLE กำเริบ โรคพุ่มพวง
  • สุขภาพน่ารู้

    6ลด ปลดเก๊าท์ Gout เก๊า สุ่มเสี่ยง CKD

    Gout เก๊าท์ หรือ เก๊า เป็นโรคไขข้อชนิดหนึ่ง ต้นเหตุของเก๊ายังเป็นต้นเหตุของนิ่วในไต ขัดขวางการทำงานของไตจนเกิดอาการไตวายได้อีกด้วย     ผู้ป่วยเก๊าจะมีอาการปวด บวม แดง ร้อน ที่ข้ออย่างรุนแรงเฉียบพลัน แตะต้องบริเวณนั้นแทบไม่ได้ บริเวณที่พบเก๊าบ่อยที่สุดคือกระดูกข้อตรงโคนนิ้วเท้า ช่วงที่นิ้วต่อกับเท้า  ทำให้มีปัญหาในการเดิน ต้องเดินกระเผลกไปหาหมอเลยทีเดียว       ในประวัติการรักษาโรคต่างๆของวงการแพทย์นั้น โรคเก๊านับว่าเป็นหนึ่งในโรคที่มีความเฉพาะตัวและคนเป็นกันบ่อยมากที่สุดโรคหนึ่ง มีการเกิดซ้ำของโรคเก๊าประมาณ 80% พบบ่อยในเพศชาย และเพศหญิงวัยหมดประจำเดือนไปแล้ว     โรคเก๊าเกิดจากการมีกรดยูริคสูงในกระแสเลือด แล้วตกตะกอนเป็นผลึกที่เนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะไปเกาะที่ข้อต่อต่างๆและในที่สุดอาจเป็นทั่วตัว คุณอาจพบการตกผลึก urate อยู่ใต้ผิวหนังเป็นปุ่ม ที่เรียกว่า Tophi ได้บริเวณใกล้ศอก ขอบใบหู และที่อันตรายที่สุดของผู้ป่วยเก๊า คือการตกผลึกเป็นนิ่วในไต ทำให้ไตเสื่อม ไตวาย   กรดยูริคในร่างกายเป็นผล (byproduct) จากการที่ร่างกายสลายโปรตีนตัวหนึ่งที่เรียกว่า Purine (พิวรีน)  ซึ่งพิวรีนนี้มาจาก 2 แหล่ง อาหารที่เราทาน 20%  และ สร้างเองในร่างกายอีก 80% จากการที่เนื้อเยื่อเราสลายไปเป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน     อาหารที่มีพิวรีน”น้อย” : ธัญพืช ไข่ นม ผักผลไม้เกือบทุกชนิด   อาหารที่มีพิวรีน”ปานกลาง” : เนื้อแดง ปลา ปลาหมึก ถั่ว หน่อไม้ สะตอ ผักโขม    อาหารที่มีพิวรีน”สูง” (และควรหลีกเลี่ยง) : เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก ปลาดุก อาหารทะเลเปลือกแข็ง ไข่ปลา น้ำต้มกระดูก ซุปก้อน กะปิ ชะดม กระถิน เห็ด สะเดา       ร่างกายมีการขับกรดยูริค ออก 2 ทาง ทางไต กรดยูริค 2ใน 3ส่วนที่ร่างกายสร้างขึ้น ถูกขับทิ้งทางไต ทางระบบทางเดินอาหาร อีก 1ใน 3ส่วน           การมีกรดยูริคสูง ร่างกายขับออกน้อยกว่าที่ผลิตขึ้นนั้น อาจมาจาก…

    Comments Off on 6ลด ปลดเก๊าท์ Gout เก๊า สุ่มเสี่ยง CKD
  • สุขภาพน่ารู้

    ไตเสื่อมจากความดัน 6เทคนิคป้องกันและชะลอ CKD

    1ใน2 หรือครึ่งหนึ่งของคนที่เป็นความดันสูง ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น และคนที่มีความดันสูง จะมีความเสี่ยงของเส้นเลือดสมองแตกและหัวใจวายมากกว่าคนที่ความดันปกติถึง 4 และ 2 เท่าตามลำดับ เราจึงเรียกความดันสูงว่า “ฆาตกรเงียบ” (The Silent Killer)     ความดันสูงไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ แต่จะคืบคลานทำลายอวัยวะต่างๆจนเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่นโรคหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตก หัวใจวาย ไตวายเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันดับต้นๆ อาการที่เกิดจากความดันสูง จนเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก ที่เห็นได้ชัดและเห็นบ่อยๆคือ อัมพาต อัมพฤกษ์ครึ่งซีก ปากเบี้ยว ลิ้นแข็งพูดไม่ชัด ความดันสูงยังทำให้จอประสาทตาเสื่อมมองไม่ชัดหรือถึงขั้นตาบอด ไตเสื่อมจนต้องฟอกไต ล้วนเริ่มมาจากความดันสูงที่ไม่รู้ตัว หรือขาดการควบคุมดูแล   องค์การอนามัยโลกรายงานว่าทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันสูงมากถึง 1 พันล้านคน ซึ่ง 2 ใน 3 ของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันสูง มีการรณรงค์ทุกวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี ให้เป็นวัน World Hypertension Day เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงอันตรายของความดันสูง ช่วยกันป้องกันและควบคุม โดยปี 2018 มีธีมว่า Know You Numbers (รู้ตัวเลขของคุณ หรือ รู้ค่าความดันของคุณ)   ความดันโลหิต หรือเรียกสั้นๆว่า ความดัน หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดงซึ่งเกิดจากการสูบฉีดของหัวใจ (คล้ายแรงลมที่ดันผนังของยางรถเมื่อเราสูบลมเข้า หรือ คล้ายน้ำที่พุ่งออกจากก๊อกดันผนังของสายยางรดน้ำต้นไม้) ซึ่งสามารถวัดได้โดยการใช้เครื่องวัดความดัน     ค่าที่วัดได้จะมี 2ค่า คือ ความดันช่วงบน เป็นแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจบีบตัว และความดันช่วงล่าง เป็นแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจคลายตัว ความดันเด็กแรกเกิดจะเริ่มที่ 64/40 จนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่สุขภาพดีจะมีความดันที่ 120/80 ในเวลาช่วงพัก  ภาวะความดันโลหิตสูง ความดันสูง (อังกฤษ : Hypertension หรือ High blood pressure) หมายถึง ภาวะที่ความดันช่วงบนมีค่าตั้งแต่ 130 ขึ้นไป และ/หรือความดันช่วงล่างมีค่าตั้งแต่ 80 ขึ้นไป ซึ่งโดยมากผู้ป่วยจะมีความดันช่วงล่างสูง โดยที่ความดันช่วงบนจะสูงหรือไม่ก็ได้…

    Comments Off on ไตเสื่อมจากความดัน 6เทคนิคป้องกันและชะลอ CKD
  • สุขภาพน่ารู้

    9’ต้อง’ ป้องไตเสื่อม CKD : โรคไต ใครก็กลัว

      ไตเสื่อมเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย คนไทยเป็นโรคไต 17.5% หรือประมาณ 8ล้านคน เสียชีวิตวันละ 108คน แผนกไตทุกโรงพยาบาลมีคนไข้รอตรวจจำนวนมาก เกือบทุกสถานพยาบาลมีห้องฟอกเลือดฟอกไต คลินิกการแพทย์และศูนย์ล้างไตเปิดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไตเสื่อม ปัญหาสุขภาพที่เป็นภาระระดับโลกในปัจจุบัน เป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และยังเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด(CVD)สูง จนในที่สุดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก ไตสองอันของคุณมีหน้าที่กรองของเสีย สารพิษ และน้ำ ออกจากเลือด ขับทิ้งออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ไตยังรักษาความสมดุลย์ของแร่ธาตุให้ร่างกาย ช่วยคุมความดันโลหิต และผลิตฮอร์โมน เมื่อไตเสื่อม ไตถูกทำลาย ไม่สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้ ร่างกายของคุณจะเป็นที่เก็บกักของเสียและสารพิษต่างๆ ปัญหาสุขภาพจึงตามมา ไตเสื่อมระยะแรกๆจะไม่มีอาการหรือสัญญานใดๆ ไตจะเสื่อมลงเรื่อยๆหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง มนุษย์สูญเสียกว่า 50% ของไตก่อนจะเริ่มมีอาการ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะดูแลรักษาอวัยวะคู่นี้ไว้ให้ดี   9’ต้อง’ ป้อง(กัน)ไตเสื่อม เริ่มตั้งแต่วันนี้ 1. ต้องคุมน้ำตาล มีสถิติ 1ใน 3 ของคนไตเสื่อม คือผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลในเลือดมากกว่าเกณฑ์จะทำให้ไตทำงานหนัก เบาหวานเป็นสาเหตุหลักของไตเสื่อม คุณควรคุมค่าน้ำตาล FBS ไม่ให้เกิน 120 ค่าน้ำตาลสะสม HbA1c ไม่เกิน 6.5 2. ต้องคุมความดัน สถิติคือ 1ใน 4 ของคนไตเสื่อม มาจากผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ไตเป็นอวัยวะที่มีหลอดเลือดมากที่สุดในร่างกาย ความดันโลหิตสูงจะมีผลต่อหลอดเลือดที่ไต ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุให้ไตเสื่อมสมรรถภาพจนถึงขั้นไตวายเรื้อรัง 3. ต้องดื่มน้ำ ไตต้องการน้ำเพื่อนำของเสียและสารพิษที่กรองมาจากเลือด ขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ถ้าไม่มีน้ำเพียงพอ ของเสียจะคั่งค้างอยู่ในไต ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8แก้ว และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ การกลั้นปัสสาวะนาน เป็นสาเหตุไตเสื่อมได้เช่นกัน แบคทีเรียที่สะสมในกระเพาะปัสสาวะจะย้อนขึ้นไปที่ไต ทำให้ไตอักเสบและต่อเนื่องไปเป็นไตเสื่อม 4. ต้องเลือกอาหารทาน — อาหารอายุสั้น ไตอายุยาว อาหารอายุยาว ไตอายุสั้น — อาหารอายุสั้น คือ อาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี เน้นความสด ความสะอาด จะช่วยถนอมไตไม่ให้ทำงานหนัก อาหารอายุยาว คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการทางเคมี หมักดอง สำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อีกทั้งอาหารรสจัด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด ล้วนทำให้ไตทำงานหนัก ซึ่งเป็นสาเหตุของไตเสื่อม 5. ต้องออกกำลังกาย…

    Comments Off on 9’ต้อง’ ป้องไตเสื่อม CKD : โรคไต ใครก็กลัว
Open